ธุรกิจการตลาดออนไลน์ คนรู้มากอาจแพ้คนที่ใช้เป็น  

มีคนถามแพนบ่อย ๆ ว่า ใช้โซเซียล มีเดียอะไรอยู่บ้าง พอรู้คำตอบ บางคนก็ถามกลับมาอย่างงง ๆ ว่า อ้าว ไม่เล่นอันนี้ด้วยเหรอ ได้ข่าวว่ากำลังฮิต

 

แต่การที่แพนไม่ได้เล่น ไม่ได้แปลว่า แพนไม่รู้จักโซเซียลนั้น ๆ นะคะ :)

 

ในฐานะนักการตลาดตัวแม่ เราต้องรู้เยอะ แต่ก็ต้องเลือกให้เหมาะสม ถ้าใครบอกคุณว่า อันนี้คนเล่นเยอะ ฉันจะมี ฉันจะใช้ให้หมด คุณก็จะหัวหมุนเอาง่าย ๆ เพราะโซเซียล แอปฯแต่ละตัวก็มีลูกเล่นไม่เหมือนกัน หรือแม้แต่โซเซียล มีเดียที่คุณมี ถ้าคุณใช้บ่อยไป ใช้ไม่ถูกเวลา จากประโยชน์ก็จะกลายเป็นโทษได้

 

ลองดูกรณีตัวอย่าง สมมุติมีบริษัทหนึ่งที่มีฐานลูกค้าประมาณหนึ่ง แต่อยากมีฐานลูกค้าเยอะกว่านี้เพื่อเพิ่มยอดการขาย พอได้พูดคุยกันก็รู้ว่า ฐานลูกค้าที่เขามีครอบคลุมลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้เยอะแล้ว เพราะฉะนั้นเขาไม่จำเป็นต้องใช้ e-mail direct marketing เพื่อหาลูกค้าใหม่ หรือใช้ boost Facebook page เพื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

 

แต่สิ่งที่เขาต้องทำ คือ การรักษาฐานลูกค้า ไม่ให้ลูกค้าที่เขามีอยู่หันไปสนใจแบรนด์คู่แข่ง  ต้องปรับแผนให้ลูกค้าที่มีอยู่กลับมาซื้อของ และจะดีมาก หากลูกค้ากลุ่มนั้นซื้อสินค้ามากขึ้น หรือซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่าครั้งก่อน ๆ

 

เมื่อเราพิจารณาจุดประสงค์ได้แล้ว ลำดับถัดมา คือ การเลือกกลยุทธ์มาใช้โซเซียล มีเดียแต่ละอันเหมือนวงกลมที่ซ้อนทับกันอยู่ Facebook และ Instagram นำเสนอสินค้าได้ดีทั้งคู่ แต่เมื่อดูการติดต่อขอข้อมูลก่อนสั่งซื้อ Facebook ก็ชนะไปใส ๆ เพราะคนไทยนิยมใช้ Messenger ติดต่อมากกว่า แต่ถ้าดูจากมุมมองการนำเสนอสินค้า Instagram ก็น่าจะทำได้น่าดึงดูดกว่า ตอนนี้โซเซียล มิเดียทั้งสองตัวนี้กำลังแข่งกันอย่างดุเดือด โดยออกฟังก์ชั่น Carousel ให้ผู้ใช้ได้เลื่อนดูรูปหลาย ๆ รูปสำหรับสินค้าหรือบริการ (แต่เดี๋ยวนี้ Facebook ก็พวก Canvas กับ Carousel เหมือนกันแล้วนะ)
Facebook

ดังนั้น ในกรณีนี้ เราสามารถใช้ Facebook และ Instagram ในการเปิดร้าน รับออเดอร์ และ keep in touch กับลูกค้า พร้อมนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ หรือโปรโมชั่น ให้ลูกค้ามาเล่นเกม หรือช่วยแชร์รูปสินค้าของเรา

 

นอกจากนั้น เราก็ไม่ควรลืมว่า followers ใน Facebook และ Instagram คือลูกค้าที่รู้จักเราอยู่แล้ว พวกเขาจะมาหาเรา เพราะรู้ว่า เรามีสินค้าแบบนี้แบบนั้นขายอยู่แน่ ๆ

 

แต่สำหรับลูกค้าหน้าใหม่ที่เราสามารถต้อนรับได้อย่างง่าย ๆ คือ ลูกค้าที่มาจากกูเกิ้ล  ลูกค้าเหล่านี้ คือ รู้ว่าจะซื้อสินค้านี้นั้น แต่ไม่รู้ว่าจะซื้อได้ที่ไหน ในยุคสมัยนี้ พวกเขาจะเสิร์ชในกูเกิลก่อน แล้วค่อยไล่ดูไปตามเว็บ

 

ซึ่งเราก็รู้ ๆ กันอยู่ว่า เว็บไซต์ที่มีคนคลิกเข้าไปดูมากที่สุด คือ เว็บไซต์ที่อยู่ด้านบนๆ (ส่วนที่อยู่หน้าสองเป็นต้นไป อาจไม่มีใครกดดูเลยด้วยซ้ำ) ดังนั้น ถ้าเราเป็นที่นิยม คนรู้จักเยอะ เราก็ควรจะครองตำแหน่งอันดับบนสุดในหน้ากูเกิลไว้เพื่อความไม่ประมาท

 

ตามแนวคิด SEO (Search Engine Optimization) วิธีครองตำแหน่งมีหลายวิธี แต่วิธีที่น่าสนใจคือการเขียนบล็อค หลายคนอาจสงสัยว่า เขียนบล็อคเนี่ยนะ จะช่วยได้ยังไง เราคนไทยไม่ได้ชอบอ่านอะไรขนาดนั้น แต่บล็อคเนี่ยล่ะ คือ แหล่งเก็บข้อมูลอย่างดีที่เราสามารถเขียนคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของเราเก็บไว้ ยิ่งเรามีเนื้อหาเยอะ คีย์เวิร์ดเยอะ แมงมุมน้อยตัวนั้น (Googlebot/ robot/ bot/ spider) ที่กูเกิ้ลปล่อยออกมาทุกวัน ก็จะคลาน (Crawling) เข้ามาที่เว็บของเรา เดินไปที่บล็อค เก็บข้อมูล ก่อนกลับรัง (Google index) ตามเดิม (ฟังดูเหมือนนิทาน แต่นี่คือเรื่องจริงนะคะ) ถ้าข้อมูลของเราดี กูเกิลก็จะให้เราอยู่ในลำดับต้นๆ ตามเดิม

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น โปรดทราบว่า ข้อมูลที่กูเกิ้ลได้จากแมงมุมเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งในไม่กี่ร้อยอย่างที่กูเกิลใช้จัดตำแหน่ง เช่น ใส่คีย์เวิร์ดใน Title Tag บน Web Browser, เพิ่มข้อความอธิบายรายละเอียดที่ Meta Description, เพิ่ม Meta Keyword, จำนวนคนที่เข้าเว็บไซต์, มีจำนวน Backlinks สูง และมาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บของเรา (ไม่ใช่การแปะลิงก์มั่ว ๆ )

 

เห็นได้ว่า บล็อคไม่ใช่แค่การเขียนบล็อคระบายความในใจ หรือเขียนรีวิวสินค้าและบริการเพียงอย่างเดียว Instagram ไม่ใช่แค่ที่โชว์รูป และ Facebook ก็ไม่ใช่แค่แหล่งติดตามข่าวสารหรือกิจกรรมของเพื่อนๆ จุดประสงค์ของการใช้เทคโนโลยีนั้นต่างกันไป ถ้าเรารู้วิธีใช้ให้ถูกต้อง เราก็จะได้รับประโยชน์สูงสุดค่ะ

 

อ่านจบแล้ว อย่าลืมติดตามเป็นแฟนเพจ Chocolatte กันนะคะ 😀

Panda แพนด้า

A girl who see marketing world as her new playground. Love searching, seeing, reading and being inspired :)

ชอบอ่าน ชอบเขียน รักบทความเนื้อหาดีๆ ไอเดียสร้างสรรค์

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Shares