การตลาดออนไลน์ ดู ๆ ไปก็คล้ายการโต้คลื่น

หากการตลาดออนไลน์เปรียบเสมือนการโต้คลื่น… ตั้งแต่อินเทอร์เน็ตกลายเป็นเส้นใยบาง ๆ ที่เชื่อมต่อคนทั่วโลกไว้ด้วยกัน จากจุดประสงค์แรกเริ่มในการเชื่อมต่อ และแลกเปลี่ยนข้อมูล โลกอินเทอร์เน็ตกลายเป็นผืนทะเลที่ให้เราประกาศคุณสมบัติของสินค้าและบริการ และกลายเป็นพื้นที่ซื้อ-ขายที่มีการประลองยุทธด้านการตลาดร้อนแรงที่สุด  ป้ายบิลบอร์ด ใบปลิว เสียงโฆษณา และภาพเคลื่อนไหวบนโทรทัศน์กลายเป็นการตลาดแบบดั้งเดิม ในขณะที่แบนเนอร์โฆษณา กระทู้ในเว็บไซต์ เฟสบุคเพจ ภาพในอินสตาแกรม ยูทูปกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ดึงดูดธุรกิจหลากหลายขนาดให้ลงไปวาดลวดลาย

 

แต่การทรงตัวอยู่บนกระดานไม้ที่โลดแล่นตามกระแสเน็ตเวิร์คนั้นก็ไม่ง่าย ถึงแม้นักโต้คลื่นนั้นจะใช้กระดานโต้แบบที่ดีที่สุด อ่านตำรามาหลายเล่ม เลือกวันเวลาที่อากาศดี แต่ก็ยังโงนเงนล้มไม่เป็นท่า

จุดสังเกตอยู่ที่ความแตกต่างระหว่าง “ทำได้” กับ ”ทำสำเร็จ”

Sea and Wave

ปัจจุบันมีขุมทรัพย์ความรู้ด้านการตลาดออนไลน์มากมายให้นักการตลาดได้อ่าน โดยให้ทั้งแนวทางการใช้ ข่าวสาร e-book ฟรี แต่คนที่แม่นทางทฤษฎี อาจไม่แม่นในทางปฏิบัติ การทำการตลาดต้องวิเคราะห์ ประยุกต์ใช้ข้อมูลและแนวทางต่าง ๆ เข้าด้วยกัน นอกจากนั้น การตามข่าวสารอาจทำให้เรากลายเป็นแค่ผู้ตาม แต่ไม่เคยเป็นผู้นำความคิดทางการตลาดใหม่ ๆ เราอาจหลงผิดกับปรากฏการณ์บางอย่าง เช่น การโฆษณาบนเฟสบุค

 

จากสถิติต้นปี 2558 เฟสบุคครองตำแหน่งโซเซียล มีเดียในหมู่คนไทย โดยมีผู้สูงถึง 30 ล้านคน และเมื่อสิงหาคมในปีเดียวกัน DAAT ร่วมกับ TNS วิเคราะห์ทิศทางการตลาดออนไลน์ และพบว่า เฟสบุคจะได้รับความนิยมสูงขึ้น 21%

 

ข้อมูลเหล่านี้เองที่ทำให้บางคนเข้าใจผิดว่า คนไทยเล่นเฟสบุคเยอะ ถ้าโฆษณาบนเฟสบุค แล้วได้ยอดไลค์เยอะ ๆ จะทำให้ขายของได้เยอะขึ้น ซึ่งก็ถูกครึ่งหนึ่ง ผิดครึ่งหนึ่ง เพราะวิธีนี้ช่วยเพิ่มจำนวนไลค์ก็จริง คนจะเห็นเพจของคุณมากขึ้น แต่อย่าลืมว่า จำนวนไลค์ ไม่ใช่จำนวนยอดสั่งซื้อ ตัวเลขคนที่เข้ามาดูเฟสบุค เพจ ไม่สำคัญเท่ากับตัวเลขคนที่สั่งซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการ

 

ความท้าทายนี้ทวีคูณขึ้นเมื่อคุณทำธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะกลุ่มเป้าหมายคุณไม่ได้จำกัดแค่เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่หมายถึงทุกคน เริ่มตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงคนวัยเกษียณ การมองพฤติกรรมการบริโภคของคนแต่ละกลุ่ม แล้วนำมาผสานกันคือสิ่งสำคัญ และคุณต้องมั่นใจด้วยว่า คุณผสมผสานได้ถูกต้อง เรื่องนี้เหมือนคุณต้องโต้คลื่นในขณะที่แบกภาระหนัก ๆ ไว้บนบ่า

 

ปัจจัยที่ทำให้คุณเอาชนะนักโต้คลื่นคนอื่น ๆ ได้ คือ โค้ชที่เข้าใจคุณ เข้าใจธุรกิจและเป้าหมาย รู้ว่า คุณจะต้องใช้อุปกรณ์แบบไหน อาจจะไม่ต้องเป็นสิ่งที่แพงที่สุด แต่ต้องเหมาะสมที่สุด นี่คือวิถีแห่งการทำ Content Marketing ให้ประสบความสำเร็จ เพราะเนื้อหา (Content) ที่สื่อสารออกไป คือ การเล่าเรื่องราวของแบรนด์ โค้ชคนนี้จะคอยสังเกตการณ์อยู่ริมฝั่งในตอนแรกเพื่อเก็บข้อมูลให้ครบทุกอย่าง จากนั้นก็จะลงมือกำหนดทิศทางเพื่อให้ตัวคุณและธุรกิจของคุณโลดแล่นได้อย่างสวยงาม

 

ดังนั้น การเลือกโค้ชที่มีประสบการณ์และเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริง จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะความสัมพันธ์และความไว้วางใจที่คุณมีให้แก่โค้ชคนนี้จะทำให้คุณสามารถบรรลุเป้าหมายทางด้านธุรกิจได้ดีที่สุด

 

คำถามถัดมา คือ เราจะหาโค้ชที่ชอบได้จากที่ไหนกันล่ะ ถ้าอยากได้โค้ชแบบฟรี ๆ ก็ลองเข้าเว็บด้านการตลาดทั้งเวอร์ชั่นภาษาไทยและภาษาอังกฤษดู หรือลองถามเพื่อน ๆ โดยเฉพาะคนที่มีธุรกิจว่า ได้ใช้บริการบริษัทหรือเอเจนซี่ที่ไหนหรือเปล่า (หรือจะลองถามเคล็ดลับการตลาดของพวกเขาดูก็ดีนะ) ไม่อย่างนั้น ก็ลองเสิร์ชและสืบดูว่า มีที่ไหนที่เข้าตาบ้าง

 

มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มีโค้ชแล้ว ที่เหลือก็วาดลวดลายโต้คลื่นกันได้เลยค่ะ

Panda แพนด้า

A girl who see marketing world as her new playground. Love searching, seeing, reading and being inspired :)

ชอบอ่าน ชอบเขียน รักบทความเนื้อหาดีๆ ไอเดียสร้างสรรค์

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Shares